นานาสาระเกี่ยวกับพุทธศาสนา

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับมหายาน

ทฤษฎีเรื่องตรีกายคืออะไร

          มหายานในระยะแรกเชื่อว่า พระพุทธเจ้ามีเพียง 2 กาย คือ ธรรมกาย ซึ่งหมายถึงพระคุณของพระพุทธองค์ ได้แก่ พระเมตตาคุณ พระปัญญาคุณ และพระวิสุทธิคุณ นอกจากธรรมกาย ก็มี นิรมาณกาย หมายถึง กายเนื้อในขณะที่พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ มหายานได้แต่งเติมเพิ่มอีกกายหนึ่งเข้าไปคือ สัมโภคกาย ซึ่งเป็นกายของพระพุทธองค์ที่สำแดงให้ปรากฏเฉพาะ พระโพธิสัตว์ พระกายนี้เป็นสภาวะทิพย์มีรัศมีรุ่งเรืองแผ่ซ่านทั่วไป พระองค์ยังทรงสดับคำสวดมนต์ของเรา แม้จะดับขันธปรินิพพานไปแล้ว
          ในความเห็นของฝ่ายมหายานนั้นพระพุทธเจ้าเป็นทิพยภาวะ มีภาวะความเป็นอยู่คู่กับโลกเสมอ อย่าคิดว่าการปรินิพพานของพระพุทธองค์เป็นภาวะขาดศูนย์โดยสิ้นเชิง การปรินิพพานของพระองค์เป็นเพียงภาพมายาเท่านั้น โดยความเป็นจริงแล้ว พระพุทธเจ้านั้นเป็นอนาทิ เป็นอนันตะ ด้วยความเชื่อดังกล่าวพระพุทธเจ้าของมหายานจึงปรากฏมีพระกาย ๓ ลักษณะ ซึ่งเรียกกันว่า ตรีกาย คือ

          1. สัมโภคกาย คือพระกายที่เป็นทิพยภาวะ ประทับอยู่ ณ พุทธเกษตรของพระองค์ ทรงแสดงพระสัทธรรมอยู่ในแดนอื่นๆ พระพุทธเจ้าอาจมาปรากฏพระองค์แก่มนุษย์ได้ ในคัมภีร์ปัญจวีสติ มีอธิบายว่า หลังจากที่พระโพธิสัตว์เจ้าถึงพุทธภูมิโดยการปฏิบัติตามบารมีทั้ง 6 จึงมีอวัยวะใหญ่ครบ 32 และมีอวัยวะเล็กๆ อีก 80 แล้วทรงแสดงมหายานสูตรแก่พระโพธิสัตว์ทั้งหลายและทรงปลูกไว้ซึ่งความปีติยินดีและความเมตตาลงในจิตของพระโพธิสัตว์เหล่านั้น สัมโภคกายดำรงอยู่เพื่อช่วยเหลือพระโพธิสัตว์ที่ปฏิบัติผ่านทสภูมิแล้ว เป็นกายที่อยู่ระหว่างธรรมกายและนิรมาณกาย ดำรงอยู่นิรันดร พ้นจาก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นกายที่มีอยู่ก่อนนิรมาณกาย และมีอยู่หลังปรินิพพานของนิรมาณกาย

          2. นิรมานกาย คือพระกายที่พระองค์นิรมิตขึ้นมา เป็นพระกายเนื้อที่คนทั่วไปสามารถมองเห็นได้ เช่น ความทรุดโทรมด้วยความชรา และความดับขันธ์ เป็นต้น เป็นพระกายที่ทรงนิรมิตมาเพื่อบำเพ็ญพุทธกิจ คัมภีร์ปัญจวีสติ แสดงว่า พระโพธิสัตว์หลังจากได้รับธรรมจากการปฏิบัติบำเพ็ญบารมีจนได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสามารถเสด็จไปโปรดสรรพสัตว์ได้ทุกที่ทุกแห่งด้วยนิรมเมฆหรือนิรมานกาย นั่นเอง (Nalinaksha Dutt, Mahayana Buddhism, Fimma KLM Paivate Limited, Zculctta: 1976) หน้า 159)

          3. ธรรมกาย ตาคติมหายาน ธรรมกายเป็น กายที่แท้จริงของพระพุทธเจ้า เป็นแก่นแท้ เป็นสัจจธรรม ที่ดำรงอยู่ไม่มีวันสลาย ธรรมกายจัดเป็นนิจจัง สุขขัง ศูนยตา และบริสุทธิ์ อีกทั้งธรรมกายยังสัมพันธ์กับเรื่องราว ของ ตถาคตครรภ์ ,พุทธภาวะ และรัตนทั้งสาม คือ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ

          อีกความหมายหนึ่งคือความตรัสรู้ธรรมคือพระนิพพานนั่นเอง “ ธรรมกาย ” หมายถึง พระคุณทั้งหลายของพระพุทธองค์ อันมีพระเมตตาคุณ , พระกรุณาธิคุณ , พระปัญญาคุณ ซึ่งมีรัศมีแผ่กว้าง แผ่คลุมไปโดยทั่ว ไร้เงื่อนไขและไร้ซึ่งข้อจํากัดใดๆ ทั้งปวง เป็นสภาวะอมตะ ไม่มีเบื้องต้น ไม่มีท่ามกลางและไม่มีที่สุด
          พระธรรมกาย เป็นพระนิรันดรกายของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน พระโพธิญาณซึ่งปรากฏอยู่ทุกแห่งหน พระธรรมกายนี้อยู่เหนือกาลเทศะ ไม่อยู่ใต้อำนาจของไตรลักษณ์ พระธรรมกายนี้ทรงไว้ซึ่งอันติมภาพอย่างสัมปุรณะ ย่อมอยู่เหนือความเข้าใจและความคาดคะเนของสามัญมนุษย์ ซี่งรับรู้ไม่ได้ ที่มาของพระนิรมานกาย และพระสัมโภคกาย โดยที่พระรูปกายทั้งสองต้องขึ้นอยู่กับพระธรรมกายนี้

         สารัตถธรรมมหายาน, พระคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร (เย็นเจี่ยว), วัดมังกรกมลาวาส, พ.ศ. ๒๕๑๓.
         http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?start=30&t=7945
         http://www.pachapati.mbu.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=18&Itemid=54



back>>